25 August, 2019
แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก การรักษาแผลและวิธีป้องกัน เบื้องต้น

แมลงก้นกระดก คือ อะไร มาจากไหน ?

แมลงก้นกระดก คือ ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน หรือนิยมเรียกอีกชื่อหนึงคือ แมลงเฟรชชี่ ชื่อภาษาอังกฤษคือ Rove Beetle, ชื่อวิทยาศาสตร์ : Paederus fuscipes เป็นแมลงปีกแข็งที่พบได้หลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ส่วนใหญ่แมลงชนิดนี้จะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ นาข้าว ตามพงหญ้า หรือ สนามหญ้า พบได้ทั่วไปช่วงหน้าฝน

ลักษณะของแมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก
แมลงก้นกระดก
  • ขนาดลำตัวยาว ประมาณ 7-10 มม.
  • มีสีดำที่ บริเวณหัว ปีกสีน้ำเงินเข้ม ลำตัว และท้องหรือที่เราเรียกว่าก้น
  • ปีกคู่แรก หรือปีกชั้นบนสุด แข็งสั้น มีสีน้ำเงินเข้ม
  • เมื่อเกาะกับพื้นจะงอส่วนท้องส่ายขึ้น-ลง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแมงก้นกระดก

แค่ “สัมผัสตัวแมลง”ก็เกิดอันตราย

แมลงชนิดนี้ไม่ได้กัด หรือ ถ้ากัดก็ไม่ได้เป็นอะไร อันตรายของแมลงชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากการกัดหรือต่อย เกิดจากการแค่สัมผัสตัวแมลงเท่านั้น บางครั้งเรามักจะไม่รู้ตัวเมื่อสัมผัสแมลงชนิดนี้ และมันจะปล่อยของเหลวออกมา ซึ่งในของเหลวจะมีสาร Paederin ที่มีพิษทำลายผิวหนังและเซลล์เนื้อเยื่อ ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อน คัน ผิวหนังไหม้ มีผื่นแดง ตุ่มน้ำ เป็นหนอง ขึ้นตามบริเวณผิวหนังที่ถูกของเหลวไปสัมผัส ความรุนแรงขึ้นกับอาการแพ้ของแต่ละคน

อาการผิวหนังอักเสบจากแมลงด้วงก้นกระดก

เกิดจากการสัมผัสสารพีเดอริน (Paederin) จากตัวแมลง สารนี้มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน เมื่อด้วงก้นกระดก มาเกาะตามร่างกายแล้วเผลอปัด หรือบี้ทำให้แมลงท้องแตกและสัมผัสกับสารพิษนั้น อาการจะมากหรือน้อยขึ้นกับปริมาณสารพิษที่สัมผัส โดยพิษจากด้วงก้นกระดก ทำให้เกิดผื่นระคายเคืองแดงคัน ถ้าสัมผัสสารพิษจำนวนมากจะเป็นหนอง ผื่นวางตัวเรียงเป็นแนวยาว เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยอาการจะไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะมีอาการหลังสัมผัสแล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง ทำให้อาจจะไม่ได้ประวัติการสัมผัสแมลงที่ชัดเจนจากผู้ป่วย

ลักษณะอาการเมื่อสัมผัสแมลงก้นกระดก

  • เมื่อสัมผัสของเหลวแมลงก้นกระดกใหม่ๆ จะลักษณะเป็นผื่นแดงหรือเป็นรอยไหม้ รูปร่างมักเป็นทางยาว ทิศทางหลากหลาย (ตามรอยปัด) คล้ายแผลโดนน้ำร้อนลวก ผื่นมีขอบเขตชัดเจน ในระยะต่อมาจะมีตุ่มน้ำพองใสและตุ่มหนองขนาดเล็กเกิดขึ้นตามมาในเวลา 2-3 วัน อาการคันมีไม่มากนัก แต่มักมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย
  • แผลที่เกิดจากรอยพับ หรือข้อพับประกบกัน เมื่อสัมผัสกับสารพีเดอรินในบริเวณรอยพับต่างๆ อาทิ พับข้อศอก ข้อเข่า มักกระจายไปสัมผัสทั้งสองด้าน จะเกิดผื่นสองผื่นที่ลักษณะคล้ายกันในแต่ละด้าน เป็น mirror images หรือ kissing lesions
  • หากสารพีเดอริน กระจายถูกบริเวณดวงตา ก็จะเกิดอาการตาบวมแดงและหากอาการรุนแรงอาจทำให้ตาบอดได้ อาการที่ตานี้ มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “ตาอักเสบแบบไนรูบี” ( Nairobi eye” or “ Nairobi conjunctivitis”) เพราะแมลงเหล่านี้ก็พบได้บ่อยแถวแอฟริกาด้วยเช่นกัน หากเป็นแบบนี้ให้รีบพบแพทย์ด่วน
แผลบริเวณรอบๆดวงตา

พื้นที่ และบริเวณ ที่สามารถพบเจอ

แมลงก้นกระดก
  • พบได้ทั่วไปในหน้าฝน
  • แมลงก้นกระดกชอบบินหาไฟตามบ้านเรือนในช่วงกลางคืน
  • ตามสถานที่ที่มีต้นไม้ ทุ่งหญ้า สนามหญ้า
  • บ้าน หรือ ห้องที่เปิดหน้าต่างทิ้งไว้
  • มหาวิทยาลัยตามต่างจังหวัด
  • ในเมืองที่มีตึกสูงก็สามารถพบได้เช่นกัน

วิธีป้องกัน แมลงก้นกระดก

  • ติดมุ้งลวดตามประตูและหน้าต่าง
  • ปิดไฟเมื่อไม่ได้ใช้ เพราะไฟจะล่อแมลงเข้ามา
  • ฉีดสเปรย์กำจัดแมลง
  • ติดไฟล่อแมลง ไว้ให้ห่างออกไปจากตัวบ้าน

เมื่อมี “แมลงก้นกระดก” มาเกาะที่ตัว ต้องทำยังไง?

  • ห้ามจับห้ามบี้ ใช้กระดาษเขี่ยๆมันออกไป หรือให้ใช้เทปใส แปะไปที่ตัวแมลง โดยที่เราไม่ต้องไปสัมผัส หากสัมผัสไปแล้ว ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด

การรักษา เมื่อสัมผัสแมลงก้นกระดก

  • ควรล้างบริเวณที่สัมผัสแมลงก้นกระดก ด้วยนำเปล่าที่สะอาด
  • ประคบเย็นในบริเวณที่สัมผัสแมลงก้นกระดก
  • รอยแดงเล็กๆ หากไม่มีการแพ้ สามารถหายได้ใน 2-3 วัน
  • หากเป็นแผล ใกล้บริเวณสำคัญ เช่น ดวงตา ให้รีบพบแพทย์ผิวหนังทันที
  • ใช้ยาทาบริเวณแผล โดยใช้สเตียรอยด์อ่อนๆ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปมาทาที่แผล เพื่อลดปฏิกิริยาการอักเสบ หรือ ใช้ยาแก้แพ้ในกลุ่มแอนตี้ฮิสตามีน antihistamines
  • ถ้ามีอาการติดเชื้อรุนแรงควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรักษาด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตามหากพบเจอ ห้ามบีบ บี้ หรือตบ ด้วยมือเพราะแน่นอนว่าพิษของมันจะกระจายอยู่บริเวณนั้น และทำอันตรายต่อผิวของเราได้ แอดมินเคยโดนมาแล้ว พูดได้เลยว่า กว่าจะหาย ทรมารสุดๆ หากไม่รู้วิธีแก้ไขเบื้องต้น

ข้อมูล : สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์