25 August, 2019
นอนไม่หลับ

มารู้จัก “โรคนอนไม่หลับ” และ 9 วิธีแก้ปัญหา

แน่นอนว่า การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนที่ดีและสำคัญที่สุดของคนเรา หากเรานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาเช่น อุบัติเหตุจากการทำงาน หรือปัญหาสุขภาพตามมาได้ “โรคนอนไม่หลับ” (Insomnia) ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยเฉพาะผู้หญิงและวัยสูงอายุ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องอาจจะทำให้เกิดปัญหาที่คาดไม่ถึงตามมาได้

โรคนอนไม่หลับคืออะไร ?

โรคนอนไม่หลับ

โรคนอนไม่หลับ

    โรคนอนไม่หลับ สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ และพบได้มากที่สุดในผู้หญิงและผู้สูงอายุ มักมีอาการนอนไม่หลับใน 1 ถึง 2 คืน หรืออาจนานเป็นสัปดาห์ เดือน ปี ซึ่งโรคนอนไม่หลับนั้นสามารถแบ่งได้ได้เป็นแบบชั่วคราว และแบบเรื้อรัง ดังนี้

  • อาการชั่วคราว : เกิดเพียงไม่กี่คืน มักเกิดจากความตื่นเต้น ความเครียด หรือเมื่อเวลาเราเกิดการเจ็บป่วย ซึ่งเมื่อสถานการณ์ผ่อนคลายหรือได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอก็จะกลับมาปกติ
  • อาการเรื้อรัง : มีอาการมานานกว่า 1 เดือน อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจหรือการทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติขณะที่เรากำลังนอนหลับ ซึ่งกรณีดังกล่าวควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป

อาการนอนไม่หลับ แบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ ?

  • ง่วงนอน หาวอยู่ตลอดเวลา
  • ไม่มีสมาธิ หรือความสามารถในการทำงานลดลง
  • หงุดหงิด อ่อนเพลีย
  • รู้สึกซึมเศร้า วิตกกังวล

ถ้าเรานอนหลับไม่เพียงพอจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ?

  • ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ความคิด และความจำ
  • มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุในการทำงานและการขับขี่ยานพาหนะ
  • มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
การกินยานอนหลับสามารถช่วยได้จริงหรือไม่ ?

  ยานอนหลับยังมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การกินยานอนหลับสามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้จริง แต่อาจจะทำให้ปิดบังอาการบางอย่างที่เกิดจากโรคอื่น ๆ ได้ ดังนั้น ก่อนใช้ยาควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อป้องกันปัญหาการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมและเกินขนาด

  การกินยานอนหลับนั้นนับว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งแท้จริงแล้วเราสามารถแก้ไขปัญหาโรคนอนไม่หลับด้วยตัวเองได้ เพียงรู้จักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองให้เหมาะสม

เคล็ดลับในการป้องกันและแก้ไข “โรคนอนไม่หลับ”

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30 นาที ควรเลือกช่วงเวลาในการออกกำลังกายเป็นช่วงเย็นหรือก่อนเวลาเข้านอน 4-6 ชั่วโมง

2. กินกล้วยหอม เพราะในกล้วยหอมมีสารทริปโตฟาน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสารเซโรโนินช่วยคลายเครียด ทำให้หลับสบาย

3. นั่งสมาธิ อาบน้ำอุ่น ๆ หรือเดินเบา ๆ ไปมา เพื่อให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย

4. งดเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 4-6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

5. งดอาหารที่มีรสเผ็ดจัด หรือหวานจัด 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

6. ปิดไฟ งดเล่นมือถือ คอมพิวเตอร์ ดูโทรทัศน์ เพื่อกำจัดสิ่งรบกวนก่อนเข้านอน

7. ไม่ทำกิจกรรมที่กระตุ้นร่างกายและสมอง เช่น ดูหนังสยองขวัญ

8. งดสูบบุหรี่ เพราในบุหรี่มีสารนิโคติน ที่ทำให้หลับยาก ตื่นบ่อย และเกิดฝันร้าย

9. ไม่ควรนอนดึก และเข้านอนให้เป็นเวลา ควรเข้านอนตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น.โดยทำเป็นกิจวัตรและตื่นนอนให้เป็นเวลาทุกวัน

แหล่งข้อมูล : SOOK MAGAZINE NO. 46

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *